(หน้ามันทําไงดี?) เมื่อความมันบนใบหน้าถูกปรักปรำว่าเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว



"หน้ามันทําไงดี?" เชื่อว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่หลายๆคนพยายามหาคำตอบ และวิธีแก้ปัญหากันเป็นประจำ เพราะคงไม่มีใครอยากออกไปพบปะผู้คนในขณะที่หน้าของตัวเองมันเยิ้ม จนแทบจะรีดเอาไปทอดไข่ได้เป็นแน่  และสิ่งที่เรามักจะได้ยินเป็นประจำเกี่ยวกับปัญหาหน้ามันนั่นก็คือ "หน้ามันทำให้เป็นสิว" เรามักจะได้ยินและเข้าใจว่าถ้าเราหน้ามันมาก เราก็จะเป็นสิวมากขึ้นตามไปด้วย คนเป็นสิวส่วนใหญ่จึงพยายามหาหลากหลายวิธีที่จะช่วยให้ความมันบนใบหน้าลดลงให้เหลือน้อยที่สุด เพราะคิดว่ามันจะช่วยลดการเกิดสิวได้


ความเชื่อเรื่องหน้ามันของผม


    ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น คนที่เคยเชื่อว่าถ้าเราสามารถทำให้หน้าไม่มันได้ เราก็จะไม่เป็นสิวอีก ผมจึงพยายามหาวิธีต่างๆที่จะสามารถช่วยลดความมันบนใบหน้าของผม เอามาลองใช้ลองทำดู แต่ทีผ่านมาก็ไม่เคยทำให้สิวหายไปจากหน้าของผมได้ สิวยังคงขึ้นมาบนหน้าของผมอย่างต่อเนื่อง ขึ้นมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ขึ้นจนผมต้องถามเม็ดสิวบนหน้าของผมว่า "พวกแกไม่มีอะไรทำกันแล้วใช่มั๊ย ถึงต้องมาขึ้นหน้าข้าทุกวันเนี่ย!!!" อยู่กับบ้านเฉยๆไม่ได้ทำอะไรมากมายก็ขึ้น ยิ่งถ้าต้องออกไปทำธุระนอกบ้านด้วยแล้วไม่อยากจะพูดถึง สิวอักเสบขึ้นมาเม็ดใหญ่ๆทุกครั้ง ต้องมานั่งรักษาสิวกันเป็นอาทิตย์ๆถึงจะหาย

    แต่ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องและปัญหาที่ผ่านมาแล้วของผม เป็นอดีตที่เป็นบทเรียนที่ดี เป็นอดีตที่ทำให้ผมค้นพบความจริงใหม่ๆ ความจริงที่ผมเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่า "หน้ามันทำให้เป็นสิว"


เมื่อหน้ามันถูกปรักปรำว่าเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว


    เมื่อผมลองมาคิดๆดูแล้ว จากการที่ผมพยายามกำจัดความมันบนหน้าของผมออกไป มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรๆดีขึ้นมา แต่มันยิ่งกลับทำให้หน้าของผมเป็นสิวมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก หรือว่าผมกำลังเดินมาผิดทาง? เมื่อผมคิดได้อย่างนี้ผมก็เลยเริ่มสังเกตตัวเองและเริ่มทำการทดลองเล็กๆของผมขึ้นมาการทดลองหนึ่ง การทดลองนี้ผมเรียกมันว่า "มันให้เต็มที่"

การทดลองที่มีชื่อว่า "มันให้เต็มที่" เป็นยังไง?


    การทดลองมันให้เต็มที่ของผม ชื่อของมันบอกวิธีการอย่างชัดเจนแล้วครับ ใช่ครับ! การทดลองนี้ผมปล่อยให้หน้าของตัวเองมันได้อย่างเต็มที่ มับแบบไม่มีลิมิต มันแบบว่าไม่แคร์สื่อ โดยยิ่งมันได้เท่าไรยิ่งดี เพราะผมอยากรู้ว่าถ้าผมหน้ามันมากๆโดยที่ไม่ไปทำอะไรเลยในระหว่างวัน สิวมันจะขึ้นเยอะกว่าเดิมมั๊ย? ถ้าเป็นไปตามทฤษฎีหน้ามันทำให้เป็นสิว แสดงว่าในระหว่างทำการทดลองนี้ สิวบนหน้าของผมจะต้องเพิ่มขึ้นมามากมายก่ายกอง สิวต้องขึ้นมากกว่าเดิมแน่นอน

    เมื่อได้แนวทางที่จะทำแล้วผมก็เลยกำหนดขั้นตอนของการทดลองแบบง่ายๆขึ้นมา โดยกำหนดว่าใน 1 วันผมจะดูแลผิวหน้าของผมยังไงบ้าง ผมจะล้างหน้ายังไง ทาครีมอะไรบ้าง ทาตอนไหน เพื่อให้เป็นมาตรฐานของการใช้ชีวิตประจำวัน และแล้วการทดลองนี้ก็ได้เริ่มขึ้นด้วย ตารางการทดลองคร่าวๆดังนี้


การทดลองโปรเจ็ค "มันให้เต็มที่ "ผ่านการใช้ชีวิตประจำวันของผม


    ผมได้กำหนดสิ่งที่จะทำคร่าวๆเพื่อทำการทดลองนี้ให้สำเร็จ โดยขอเรียงลำดับจากการใช้ชีวิตประจำวันของผม เนื่องจากผมทำงานอยู่ที่บ้าน การทดลองนี้จึงตัดตัวแปรความเสี่ยงที่ทำให้เป็นสิวหลายๆข้อออกไป เหลือแต่ความมันกับการเกิดสิวแบบเน้นๆเลยทีเดียว


  • ตื่นนอนตอนเช้า อาบน้ำ สระผม ล้างหน้าด้วยสบู่เหลว Acne-aid liquid cleanser(ขวดสีแดง) 1 ครั้ง
  • ทามอยเจอไรเซอร์ และแต้มสิวด้วยแป้งน้ำศิริราช Lotion P No.1
  • งดทาแป้ง ยกเว้นต้องออกไปทำธุระข้างนอกก็จะทาก่อนออกบ้าน ซึ่งระหว่างวันจะไม่ทาแป้งซ้ำอีกเลย
  • งดการซับหน้าด้วยกระดาษซับมัน จากปกติผมจะซับหน้าด้วยฟิล์มซับมันเป็นประจำ เพราะไม่ชอบเห็นหน้าตัวเองมัน มันเมื่อไรก็จะซับไม่ให้เหลือ คือผมเป็นคนหน้ามันมาก ฟิล์มซับมัน 1 แผ่นผมซับได้เต็มในครั้งเดียว และวันหนึ่งผมจะซับประมาณ 3-4 แผ่น แต่เพื่อการทดลองนี้ผมงดซับมันไปเลย
  • ตกดึกผมจะอาบน้ำ สระผม(สระผมเช้าเย็นเนื่องจากผมมันมาก) และล้างหน้าด้วย Acne-aid อีกหนึ่งครั้ง
  • จากนั้นก็ทามอยเจอไรเซอร์ และแต้มสิวด้วยแป้งน้ำศิริราช ทา 2 อย่างจากนั้นเข้านอนเลย


    ผมทำขั้นตอนนี้ในทุกๆวัน แต่ก็มีบางวันที่อาจจะหลุดไปจากนี้บ้าง เพราะบางครั้งก็ต้องออกไปทำธุระข้างนอก แต่ส่วนใหญ่แล้วรูปแบบจะเป็นอย่างนี้ตลอดครับ แล้วผลที่ได้เป็นอย่างไร นี่แหละครับที่น่าตื่นเต้นผมจะสรุปให้ฟังเดี๋ยวนี้ครับ

ผลจากการทดลองมันให้เต็มที่


    ผลจากการทดลองที่เกิดขึ้นนี้ บอกได้เลยว่า "เซอร์ไพรส์มาก" สิวที่หน้าผมที่เคยขึ้นเป็นประจำ ลดน้อยลงไปมาก เรียกได้ว่าแทบไม่ขึ้นอีกเลย หน้านี่มันแผล็บทุกวัน แต่ก็ทนเอา แล้วดีที่ว่าไม่ต้องออกไปพบปะผู้คนสักเท่าไร ก็เลยไม่ค่อยแคร์กับเรื่องนี้มากนัก ผมทำการทดลองนี้มานานเท่าไรแล้วจำไม่ได้ เพราะทุกวันนี้ผมก็ยึดแนวทางนี้มาโดยตลอด ก็ผลมันออกมาดีซะขนาดนี้ ผมคิดว่าเป็นใครก็ต้องทำต่อ แต่ถ้าให้ระบุว่าทำนานเท่าไรถึงเห็นการเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าน่าจะประมาณ 2 เดือนเห็นจะได้ ทำทุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน จากที่หน้ามันสิวขึ้นเป็นประจำ กลายเป็นหน้ามันแต่สิวไม่ขึ้น

    ซึ่งคีย์สำคัญของการทดลองครั้งนี้ผมคิดว่า การงดการซับหน้าด้วยฟิล์มซับมันของผมนี่แหละ ที่ทำให้สิวลดน้อยลงได้ จากที่เคยซับทุกวัน วันละ 3-4 แผ่น เปลี่ยนเป็นไม่ซับหน้าเลย แป้งก็ไม่ทา ปล่อยให้หน้ามันไปอย่างนั้นแหละ มานั่งคิดดูตอนนี้ก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันเพราะมันตรงกันข้ามกับความเข้าใจเดิมของผมมาโดยตลอด

สรุปผลการทดลอง


    จากการทดลองนี้ผมขอสรุปว่า หน้ามันนั้นไม่ได้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่แท้จริง จริงอยู่ที่ว่าถ้าเราหน้ามันจะทำให้เป็นสิว แต่ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเมื่อมีน้ำมันหรือ sebum มันเกิดขึ้นมามาก มันก็เลยมีโอกาสทำให้รูขุมขนอุดตันและทำให้เป็นสิว มากกว่าคนที่หน้ามันน้อยหรือผิวแห้ง แต่ถ้าเราสามารถลดการอุดตันจากสิ่งสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอมบนรูขุมขนของเราได้ รวมไปถึงกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ ไม่ว่าหน้าเราจะมันขนาดไหน ผมก็คิดว่าสิวก็คงไม่ขึ้นหน้าของเราหรอกครับ เพราะส่วนผสมมันไม่ลงตัว

    นี่ก็เป็นการทดลองเล็กๆที่อาจไม่ได้บ่งชี้ได้ชัดเจนว่า หน้ามันนั้นทำให้เป็นสิวจริงหรือเปล่า เพราะความจริงของการเกิดสิวนั้นมันมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ผิวหน้าของคนเราก็ไม่เหมือนกัน การดำเนินชีวิตของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป แต่การทดลองของผมในครั้งนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่า หากเราสามารถจัดการความมันบนใบหน้าของเราได้อย่างเหมาะสม เราก็สามารถลดการเกิดสิวได้ด้วยเช่นกัน และต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่านี่เป็นเพียงความคิดเห็นหรือความเชื่อส่วนตัวเท่านั้นครับ ผมเชื่อเพราะผมได้ลองมาแล้ว มันอาจเป็นการทดลองที่ใช้ไม่ได้ผลกับทุกคน แต่มันได้ผลกับผมเป็นอย่างดี  แล้วผู้อ่านล่ะครับอยากลองทดลองอะไรแบบนี้บ้างมั๊ย ถ้าลองแล้วช่วยให้สิวหายได้ ผมว่ามันก็คุ้มที่จะลอง "จริงมั๊ยครับ"

Share on Google Plus

About Untitle

บล็อกรักษาสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด สิวสเตียรอยด์ สิวเสี้ยน รักษาหลุมสิว รักษาสิวด้วยธรรมชาติ เลเซอร์รักษาสิว แชร์ประสบการณ์รักษาสิวผ่านมุมมองของ Acnedefend บล็อกเพื่อคนเป็นสิวทุกๆคน

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น