4 สิ่งที่คนเป็นสิวต้องมี ถ้าอยากรักษาสิวให้หายขาด!!!



คงปฏิเสธไม่ได้ว่ายาหรือครีมรักษาสิวหลากยี่ห้อ หลากตัวยา มีผลต่อการรักษาสิวให้หายจริงๆ ก็อย่างว่าเค้าทำมาเพื่อใช้รักษาสิวโดยเฉพาะเลยนี่นา แต่ถ้าถามว่ายาเหล่านี้สามารถช่วยให้ปัญหาสิวหายขาดหรือไม่ขอบอกว่าตอบยาก มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง แต่เท่าที่ได้สัมผัส ได้พูดคุยกับคนเป็นสิวมา ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยหายขาดสักเท่าไร ส่วนใหญ่ทายาแล้วก็ช่วยให้สิวไม่กำเริบหรือมากขึ้นไปกว่าเดิม แต่พอหยุดยาสิวก็พร้อมกลับมาบนหน้าได้อีกทุกเมื่อ เป็นแบบนี้กันเยอะ



ด้วยเหตุนี้ผมก็เลยคิดว่ายาหรือครีมรักษาสิวนั้นบางทีมันอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการรักษาสิวก็ได้ มันน่าจะมีวิธีที่สามารถช่วยรักษาสิวให้หายขาดได้อยู่สิ เพียงแต่ว่าบางคนอาจยังหาวิธีที่ว่านั้นไม่เจอก็เท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้การรักษาสิวสำเร็จได้ก็คือการเริ่มต้นที่ดี จึงเป็นที่มาของบทความนี้ "4 สิ่งที่คนเป็นสิวต้องมี ถ้าอยากรักษาสิวให้หายขาด" บอกเลยว่าไม่เกี่ยวกับยารักษาสิว ครีมทาสิวใดๆทั้งสิ้น อยู่ที่แนวความคิดและจิตใจล้วนๆ ลองอ่านกันดูนะครับ

1. มีเป้าหมายที่ชัดเจน


ผมว่าการรักษาสิวก็เหมือนกับการทำงานอะไรสักอย่างหนึ่งที่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งก็เป็นที่มาของคำถามที่ว่า "เรารักษาสิวไปเพื่ออะไร" อย่างการทำงานเราจะได้เงินมาเป็นค่าตอบแทน ซึ่งค่าตอบแทนนี้บางคนบอกว่าเอามาเพื่อสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ บางคนบอกว่าเอามาเพื่อสร้างครอบครัวที่มีความสุข บางคนบอกว่าเอามาเก็บไว้ใช้ในยามแก่เฒ่า ต่างคนก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน แต่มีสิ่งที่เหมือนกันก็คือทุกคนมีจุดที่ต้องการไปให้ถึงแล้ว เป็นเหมือนเข็มทิศนำทางที่จะทำให้การเดินทางไปในทิศทางที่ถูกต้อง การรักษาสิวก็เช่นเดียวกันจำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราจะรักษาสิวไปเพื่ออะไร เช่น รักษาสิวเพื่อไปงานรับปริญญา รักษาสิวเพื่อหาแฟนสักคน หรือรักษาสิวเพื่อแต่งงาน ตั้งเป้าหมายและเขียนลงบนกระดาษหรือบอร์ดแผ่นใหญ่ๆ ติดไว้ที่ผนังบ้านในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด ตำแหน่งที่เราต้องมองเห็นทุกวัน เพื่อที่เราจะได้ไม่ลืมว่าเรารักษาสิวเพื่ออะไร มันจะเป็นสิ่งนำทางที่จะช่วยให้การรักษาสิวของเราสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ถามว่าไม่ตั้งเป้าหมายได้มั้ย ได้ครับ แต่ผมว่าจะไม่ดีเท่ากับการที่เรามีเป้าหมาย ความรวดเร็วและความสำเร็จแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะทำการรักษาสิวนั้นควรสร้างเป้าหมายขึ้นมาให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยทำการรักษาในขั้นตอนต่อไป

2. มีการวางแผนรักษาสิวของตัวเอง


พอเรามีเป้าหมายแล้วต่อมาเราต้องมาวางแผนการรักษสิวของเรา ว่าเราจะไปทางไหน หลักๆแล้วการรักษาสิวก็จะมีอยู่ 2 แนวทาง คือ 1. ไปหาหมอรักษาสิว 2. รักษาสิวด้วยตัวเอง โดยข้อแรกไปหาหมอรักษาสิวก็ชัดเจนว่าเราต้องการผู้เชี่ยวชาญให้มาช่วยรักษาสิวให้เรา ซึ่งสิ่งที่เราต้องทำก็คือหาหมอรักษาสิวที่ดีๆให้เจอ ลองหาข้อมูลก่อนไปหาทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเสียเงินไปแล้วจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า บางครั้งอาจมีเรื่องดวงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย "ได้หมอดีก็โชคดีไป ได้หมอไม่ใส่ใจก็เสียเงินฟรี" แต่ผมเชื่อว่าหมอทุกคนก็คงอยากให้คนไข้หายด้วยกันทั้งครับ คิดในแง่ดีเอาไว้ก่อน

    ส่วนแนวทางการรักษาสิวด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่กว้าง มีหลายแนวทางย่อยๆออกไป ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มต้นจากการซื้อยาหรือครีมรักษาสิวจากร้านขายยามาทา โดยเข้าไปดูข้อมูลจากใน Internet จากการ review ต่างๆ เคสไหนตรงหรือใกล้เคียงกับเราก็จะยึดแนวทางนั้นมาลองใช้ดู ซึ่งโอกาสหายและไม่หายมีเกือบเท่าๆกัน แต่จะเอนไปทางไม่หายซะมาก อาจเกิดมาจากการที่เราวิเคราะห์อาการสิวของตัวเองผิด พอวิเคราะห์ผิดไปใช้ยารักษาสิวผิดๆ สิวมันก็เลยไม่หายสักที เป็นแบบนี้ไม่น้อย ข้อดีของการรักษาสิวด้วยตัวเองก็คือ ถ้าเรามาถูกทางเราจะสามารถดูแลตัวเองได้ในระยาว ไม่ต้องพึ่งผู้เชียวชาญอีกต่อไป ช่วยให้ประหยัดในภายภาคหน้า แต่ข้อเสียของการรักษาสิวด้วยตัวเองก็คือบางทีรักษามานานก็ไม่ถูกทางสักที สรุปก็คือเป็นสิวแบบเป็นๆหายๆ ไม่ยอมหายขาดก็มี

    แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ยังไงเราก็ต้องลองเลือกดู วางแผนให้ชัดเจนว่าจะรักษาสิวด้วยวิธีไหนก็ไปสักทาง ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าเอา 2 ทางมารวมกันเดี๋ยวมันจะตีกันอาจทำให้การรักษาสิวไม่สำเร็จได้ เลือกเอาสักทางดีกว่าครับ

3. มีที่ปรึกษาในการรักษาสิว


อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าและเราก็ควรมีไว้ก็คือที่ปรึกษาที่ดีที่จะช่วยให้การรักษาสิวของเราสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี OK บล็อก Acnedefend แห่งนี้ก็เป็นอีกที่ปรึกษาหนึ่ง แต่ก็ให้คำปรึกษาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น คำปรึกษาส่วนใหญ่ที่ให้ได้ก็เป็นการตอบคำถามของผู้ถามเท่านั้น เช่น ถามว่าเป็นสิวไม่มีอุดตันแบบไม่มีหัวควรใช้ครีมตัวไหนดี? ถ้าตอบตามหลักการก็จะแนะนำเป็นพวกครีมลดสิวอุกตันไป เช่น Retin-A , Differin , Skinoren cream เป็นต้น แต่สิ่งที่ผมไม่รู้ก็คือ จริงๆแล้วอาการที่บอกเป็นจริงๆอย่างที่ว่ามามั้ย แล้วสภาพผิวคนแพ้เป็นอย่างไร แพ้ง่ายหรือเปล่า แพ้ยาตัวที่แนะนำไปหรือไม่อันนี้ผมไม่สามารถรู้ได้เลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าที่ปรึกษาที่ดีควรเป็นคนที่ใกล้ชิดเรา หรือเป็นคนที่เราสามารถไปหาเพื่อให้เค้าเห็นสภาพสิวและผิวหน้าที่แท้จริงของเรา รวมไปถึงการได้พูดคุยในรายละเอียดที่สำคัญที่มีผลต่อการรักษาสิว ยิ่งคุยกันได้มากเท่าไรยิ่งดี จะช่วยให้การรักษาสิวตรงจุดและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งคนที่เก่งในเรื่องนี้ที่สุดก็คงหนีไม่พ้นหมอรักษาสิวนั่นเอง หรือบางทีอาจเป็นญาติสนิท มิตรสหายที่เคยรักษาสิวมาอย่างโชกโชน ก็สามารถเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับเราได้ เพราะอย่างน้อยๆเค้าจะมีคำแนะนำและสิ่งที่ควรระวังในการรักษาสิวบอกกับเรา แถมเป็นคำแนะนำที่จริงใจ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงอีกด้วย หน้าที่ของเราก็คือ หาคนเหล่านี้ให้เจอก็เท่านั้นเองครับ


4. มีกำลังใจให้ตัวเองอยู่เสมอ


สิ่งสำคัญที่สุดของการรักษาสิวให้หายขาดก็คือ "กำลังใจ" หากขาดสิ่งนี้ไปการรักษาสิวของเราคงจะสำเร็จได้ยาก ในฐานะที่เคยมีประสบการณ์เป็นสิวอย่างหนักหน่วงมา ผมคิดว่ากำลังใจนั้นเป็นสิ่งช่วยให้เรามีความพยายามในการรักษาสิวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจจากคนรอบข้าง หรือถ้าไม่มีเราก็สร้างมันขึ้นมาเอง ให้กำลังใจตัวเองเข้าไว้ คิดไว้ว่าสักวันสิวบนหน้าเราต้องหาย วันนั้นต้องมาถึงเข้าสักวัน เติมกำลังใจให้กับตัวเองในทุกๆวัน และเดินตามแผนการที่วางไว้ ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้ครับ

    จุดประสงค์หลักของบล็อก Acnedefend แห่งนี้ก็คืออยากให้ประสบการณ์และความรู้ที่เกี่ยวกับการรักษาสิวที่อยู่ในแต่ละบทความนั้นช่วยเป็นแนวทางให้กับคนที่มีปัญหาสิวทุกคน โดยหวังว่าจะช่วยลดจำนวนคนที่เป็นสิวลงได้บ้าง แต่สิ่งที่ผมอยากมอบให้กับคนเป็นสิวนอกจากแนวทางการรักษาสิวเหล่านี้ก็คือ "กำลังใจ" กำลังใจที่จะช่วยผลักดันให้เราลุกขึ้นมารักษาสิวอย่างจริงจัง กำลังใจที่จะช่วยขจัดความท้อแท้ ความสิ้นหวังออกไปจากตัวเรา หากหาไม่ได้จริงๆก็มาที่บล็อกแห่งนี้ครับ ผมพร้อมจะช่วยเติมเชื้อไฟให้กับทุกๆคน และหวังว่าเชื้อไฟนี้จะเป็นกำลังใจที่ดีให้กับทุกๆคนได้นะครับ

Share on Google Plus

About Untitle

บล็อกรักษาสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด สิวสเตียรอยด์ สิวเสี้ยน รักษาหลุมสิว รักษาสิวด้วยธรรมชาติ เลเซอร์รักษาสิว แชร์ประสบการณ์รักษาสิวผ่านมุมมองของ Acnedefend บล็อกเพื่อคนเป็นสิวทุกๆคน

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น